200daysOfSummer

day16

สูญเสีย

มันอาจเป็นโพสที่ดูเวิ่นเว้อไร้สาระ

เกี่ยวกับเรื่องความรักนะครับ ใครไม่อยากดูก็ข้ามไปเถอะครับ
ผมแค่อยากเวิ่น
สำหรับคนที่รู้ตัว ผ่านมาเห็น ก็ขอเวลาดูตรงนี้หน่อยนะ 😀

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมเริ่มความสัมพันธ์

ผมไม่เคยจะไปมองใครคนอื่น เรียกได้ว่า ก็Focus ตรงๆ เกือบหัวปักหัวปำซะด้วยซ้ำ

ไม่ได้เป็นพวก คาสโนว่า หรือพวกชอบเอาชนะใคร

ไม่ว่าจะเห็นเพื่อนหลายต่อหลายคนสับรางกันชิบหายในแต่ละวัน

บางทีเดือดร้อนถึงผมที่ต้องมาคอยช่วยพวกมัน

ผมเคยชอบคนๆนึงอยู่ฮะ แต่ “ไม่รู้ว่าชอบไหม?”

มีคนเค้าบอกว่า ให้ลองคุยกันไปก่อน เผื่อจะรู้จักกันมากขึ้น

แต่เราเอง ก็เป็นคนที่คุยด้วยไม่ค่อยเก่ง แถมเบื่อง่าย ติดเพื่อน ติดเกมส์

ชอบเที่ยว เจออะไรเหี้ยๆมาก็มาบ่นใส่เพื่อนฝูง หรือยิ่งถ้าเป็นคนที่สนิทหรือพิเศษระดับมากขึ้น ก็จะยิ่งหูชากันไปตามกัน

อะไรๆมันก็ดีครับตอนนั้น ผมเริ่มเกิดความรู้สึกดีขึ้นมาเยอะเลย

แต่ไม่รู้จะเรียกมันว่า “เราชอบเค้าไปแล้ว?” หรือเปล่า ?

จนกระทั่ง มีช่วงหนึ่ง ตอนนั้น ผมเจอกับปัญหาเยอะแยะมากมาย

ทั้งทางบ้าน ทางชมรม ทางอื่นๆ บีบคั้น ให้ผม ต้องรับผิดชอบกับอะไรหลายๆอย่าง

ตอนนั้น ผมค่อนข้างไม่มีสติ

ทั้งเพื่อน ที่คอยย้ำว่า ให้ทำให้สถานะความสัมพันธ์มันชัดเจนซักที
รวมทั้งควงคนนู้นคนนี้มาในชีวิตเรา เหมือนจะเร่งๆกูยังไงก็ไม่รู้

ทั้งๆที่เรากำลังจัดพื้นที่ในตัวเราเอง

กำลังลืมเรื่องคนเก่าๆให้หมด (ทั้งๆที่เคยบอกไปว่าไหวแล้ว ก็ขอโทษตรงนี้ด้วยนะ)

แวดล้อมทั้งหมด มันบีบคั้นผม

ที่ไม่แน่ใจ ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจใดๆทั้งสิ้น

ให้ต้องรีบหาทางออกที่ใกล้ที่สุด ที่ง่ายที่สุด

ทั้งจะปัญหาที่บ้าน ทะเลาะกับคนในบ้านตัวเอง แถมโจรยังขึ้นบ้านอีก

ยังไม่พอ ชมรมก็มีคนน้อยทำโปรเจคไม่ได้

สอบตก

เพื่อนไม่มีให้ช่วยแก้ปัญหาชีวิตเพราะเค้าก็มีเรื่องของเค้าให้ทำกัน

ผมรีบหาทางออก โดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง คือการเลิกทำทุกอย่าง และมาแก้ปัญหา (ซึ่งสุดท้ายมันก็เล็กๆน้อยกว่าที่คิดไว้)

จนกระทั่งไม่ได้คำนึงถึง . .

ว่าจะทำร้ายความรู้สึกของคนๆหนึ่งไปได้เยอะขนาดไหน

โดยใช้เรื่องงาน ที่ตอนนั้นก็เป็นปัญหาสำคัญจริงๆในชีวิตผมมาอ้าง และ ตัดพ้อ

จนสุดท้าย ก็ทำให้คนหนึ่งคนต้องเสียใจมากๆ

หลังจากนั้นที่ผมจัดการกับงานกับเรื่องราวแย่ๆของตัวเองได้แล้ว

ผมคิดว่า ผมก็ยังตัดใจไม่ได้หรอก

ผมนั่งดู สิ่งที่เค้าทำในแต่ละวัน ศึกษาเค้าอยู่ไกลๆ

นับวัน เราชักจะเริ่มชอบเค้ามากขึ้นจริงๆละสิ

แต่เราตัดมันไปแล้วนี่นา ?

ทุกความรู้สึก มัน “เพิ่มขึ้นทุกวัน” จากตอนแรกที่ “ไม่แน่ใจ”

ว่าจะชอบเค้าจริงๆหรือเปล่า

ประเด็นนี้ก็สำคัญ เพราะ มาถึงจุดๆนึง เราก็มานั่งคิด ตอนที่คุยกันได้ซักพัก

ว่าเราชอบเค้าจริงๆหรือเปล่านะ

มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะ แต่เราไม่อยากทำร้ายเค้าด้วย “ความไม่แน่ใจ ” เยอะแยะ

เราจะขอให้รอ ก็กลัวเสียฟอร์ม ก็ดูแย่

บวกกับช่วงนั้น ยังหวั่นไหวกับเรื่องเยอะแยะมากมาย

ก็คงเป็นสาเหตุอารมณ์ที่ตัดสินใจอะไรไม่คิด พูดอะไรโง่ๆไปในวันนั้น

ที่ผ่านๆมา ผมกลับมา clear เรื่องราวเก่าๆในตัวเองที่บ้านเกิด

มาดูว่า จะยังมีเรื่องงี่เง่าเดิมๆอยู่ในหัวหรือไม่

ลองกลับมาทดสอบตัวเอง

ก็พบว่า เราไม่ได้มีความรู้สึกเหลือกับเรื่องเก่าๆที่ผ่านๆมาแล้ว

แต่สุดท้ายกับทางที่เลือกทำแบบนี้มา

ก็พบว่า

ไม่มีทางกลับไปแล้ว

ทางมันถูกปิดไป ผมไปไม่ทัน

ผมที่ทำอะไรต่อมิอะไร โดยไม่บอกใครมาก่อน
หวังว่า แผนมันคงจะดีนะ
กลับกลายเป็นการทำร้ายเค้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สุดท้าย ความหวังดีของเรา
กลับทำร้ายเค้า แรงขึ้น แรงขึ้นไปอีก

อีกอย่างนึงคือ ผมไม่หน้าด้านพอที่จะไปหาเค้าตรงๆ ทั้งๆที่ไปได้ ….

มันมีช่วงนึงที่มีหวัง (ไม่มั้ง)

วันนั้นแม่งโคตรรู้สึกดีเลย
เลยไปอัดเพลงกับเพื่อนๆ
หวังว่าตอนมันเสร็จแล้ว จะเอามาให้ฟังคนแรก

มันคงไม่ได้เปิดให้ใครฟังก่อนละ ไม่เป็นไร

แต่กับความเข้าใจผิดนึกว่าเค้าคุยกับเพื่อนสนิทเรามาก่อน
แล้วเราเองก็เหวี่ยง

อันนี้ก็ทำให้ทุกอย่างมันจบลง ด้วยการไปใส่ร้ายเค้า

เอาเป็นว่า อันนี้คงจะเป็นโพสสุดท้ายถึงเค้าคนนั้นละมั้ง
ต่อไป ผมคงจะบอกอะไรให้ชัดมากกว่านี้

ผมควรจะรู้ตัวให้ไวกว่านี้

ต่อไปนี้คงไม่มีมุมเงียบๆให้ได้ Scout ดูแล้ว
ไม่มีเรื่องให้เวิ่นให้เพ้อไปในแต่ละวัน

มันอาจดูไม่เป็นตัวผมหน่อย แต่เอาน่า ผมน่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้นะ
ผมหวังนะ

ผมคงให้สัญญาไม่ได้ว่าจะยังคิดถึงแบบนี้ไปได้นานแค่ไหน
เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่า เวลามันทำให้ใจคนเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะ
และในที่สุดมันก็จะเปลี่ยนไป
ทั้งผม ทั้งคนๆนั้น
แต่คือเรื่องดีๆ มันจะมีอยู่ตรงนี้ มันยังจำอยู่ไม่ไปไหนหรอก
ไม่มีใครลืมเรื่องของคนที่เข้ามาในชีวิตได้หรอกนะ

สุดท้ายนี้ถ้ามันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ก็คงต้องพูดว่า
ลาก่อน

แล้วพบกันใหม่
เพราะยังไงก็ต้องเจอกันบ่อยๆอยู่แล้ว

ยังหวังที่จะเห็นหน้าเหมือนกระต่ายแบบนั้นอยู่นะ ฮ่าๆ 😀